The Kissing Hand
posted on 17 Feb 2009 13:24 by asarna in All-I-wanna-say
หนังสือภาพเด็กเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกเลยมั้งที่อ่านแล้วรู้สึกประทับใจ
(หมายถึงเรื่องที่ได้อ่านตอนโตนะ ตอนเด็กๆนั่นลืมไปหมดแล้วอะ)
ตอนแรกที่ตัดสินใจหยิบเล่มนี้ขึ้นมาอ่านก็เพราะเห็นหน้าปกเขียนไว้ว่า New York Times #1 Bestseller นั่นล่ะ ก็เลยอยากจะรู้ว่า ไอหนังสือที่ได้รางวัลนั่นมันจะสนุกขนาดไหนนะ พออ่านจบแล้ว รู้สึกผิดคาดไปกว่าที่คิด คือไม่ได้หมายความในแง่ไม่ดีนะ ที่ผิดคาดก็คือหนังสือภาพหรือหนังสือนิทานสำหรับเด็กในความคิดเรานั้น พวกคำสอนต่างๆที่สอดแทรกลงไปนั้น น่าจะเป็นอะไรที่ง่ายๆตรงตัวเพื่อให้เด็กๆเข้าใจได้เร็ว หรือถ้าจะให้พูดอีกอย่างก็คือ เราคิดว่าบรรยากาศต่างๆในหนังสือสำหรับเด็กมันดูใสบริสุทธิ์เกินกว่าชีวิตจริง (แต่นั่นมันก็คือโลกที่เด็กมองล่ะนะ ผู้ใหญ่อย่างเราที่ลืมความเป็นเด็กไปแล้วเลยไม่ค่อยเข้าใจ
)
แต่นะ เรื่องนี้มันไม่ใช่อย่างที่เราคิดล่ะ ถึงแม้เนื้อเรื่องมันจะเป็นเรื่องเรียบๆง่ายๆ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กที่ไม่อยากไปโรงเรียน จนแม่ต้องหาวิธีมาปลอบจนมีความกล้าที่จะไปโรงเรียน ใจความหลักๆก็ดูเรียบๆยังงี้แหล่ะ แต่เราชอบวิธีการเขียนดำเนินเรื่องของเรื่องนี้นะ ที่ทำให้เรื่องเรียบๆกลายเป็นเรื่องที่น่าประทับใจได้
ตอนแรกที่เราอ่านแล้วประทับใจเป็นตอนที่แม่แร็คคูนปลอบลูกให้ไปโรงเรียนอะ แม่เค้าพูดว่า ”Sometimes we all have to do things we don’t want to do,” ประโยคนี้ล่ะที่โดนใจเราดังฉึก เพราะถ้าคิดถึงในชีวิตจริง คนเราเมื่อโตขึ้นก็ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตรงกับประโยคนี้นับครั้งไม่ถ้วน เพียงแต่ใครจะเจอมากเจอน้อยก็เท่านั้น
อีกตอนที่ชอบก็เป็นตอนที่เชสเตอร์ได้รับ Kissing Hand จากแม่แล้วไม่กลัวการไปโรงเรียนอีกต่อไป เพราะเค้ารู้แล้วว่า His mother’s love would go with him wherever he went.
และตอนสุดท้ายที่ประทับใจก็เป็นตอนที่เชสเตอร์ก็มอบ Kissing Hand ให้คุณแม่แร็คคูนเหมือนกัน อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นอะ ประมาณว่าไม่ใช่ว่าแม่รักลูกอยู่ฝ่ายเดียวนะ แต่ลูกนั้นแม้จะยังเด็ก แต่ก็รักและห่วงใยแม่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย
“Now you have a Kissing Hand, too,”

The Kissing Hand
ที่ชายป่าแห่งหนึ่ง แร็คคูนน้อยเชสเตอร์กำลังร้องไห้
"ผมไม่อยากไปโรงเรียน" เขาร้องบอกกับแม่
"ผมอยากอยู่บ้านกับแม่ อยากออกไปเล่นกับเพื่อนๆ เล่นของเล่นที่ชอบ อ่านหนังสือเล่มโปรด แล้วก็นั่งแกว่งไกวบนชิงช้า เพราะงั้นได้โปรดให้ผมอยู่บ้านกับแม่เถอะนะฮะ"
คุณแม่แร็คคูนโอบกอดเชสเตอร์พร้อมทั้งจูบเบาๆที่หูของเจ้าตัวน้อย
"บางครั้งคนเราก็ต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ" เธอบอกลูกชายอย่างอ่อนโยน
"ถึงแม้ในช่วงแรกมันจะดูแปลกและน่ากลัวไปบ้าง แต่เมื่อลูกได้เริ่มไปโรงเรียนแล้วลูกจะต้องรักโรงเรียนเแน่นอนจ้ะ"
"ลูกจะได้พบเพื่อนใหม่ ได้เล่นของเล่นชิ้นใหม่"
"ได้อ่านหนังสือเล่มใหม่ นั่งบนชิงช้าตัวใหม่ และนอกจากนั้น....." เธอกล่าวเสริม
"แม่รู้ความลับอันแสนวิเศษที่จะช่วยทำให้ค่ำคืนของลูกที่โรงเรียนอบอุ่นและสุขสบายเหมือนกับว่าลูกกำลังอยู่บ้านเลยล่ะจ้ะ"
เชสเตอร์ปาดน้ำตาทิ้ง เขารู้สึกสนใจในความลับที่แม่กำลังจะบอกกับเค้า
"ความลับเหรอฮะ? ความลับอะไรล่ะฮะ?
"ความลับนี้เก่าแก่มากจ้ะ" คุณแม่แร็คคูนพูด "แม่รู้มาจากแม่ของแม่ และแม่ของแม่ก็รู้มาจากยายของแม่อีกต่อนึง ความลับนี้เรียกว่า The Kissing Hand”
“The Kissing Hand?” เชสเตอร์ถามขึ้น "มันคืออะไรล่ะฮะ"
"แม่จะสอนความลับนี้ให้จ้ะ"
คุณแม่แร็คคูนจับมือซ้ายของเชสเตอร์ขึ้นมา แล้วกางนิ้วเล็กๆทั้ง 5 ให้แบออก
เธอก้มตัวลงไปก่่อนจะจูบลงที่กลางฝ่ามือเล็กๆของเชสเตอร์
เชสเตอร์รับรู้ได้ถึงจูบของแม่ผ่านทางฝ่ามือ เรื่อยไปบนแขน จนแผ่ซ่านเข้าไปสู่หัวใจ
แม้กระทั่งขนเส้นเล็กๆทุกเส้นก็ยังสามารถรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นอันแสนพิเศษเช่นนี้
คุณแม่แร็คคูนยิ้ม "ต่อจากนี้...."
เธอบอกกับเชสเตอร์ "เมื่อไรก็ตามที่ลูกรู้สึกเหงาและต้องการความรักจากที่บ้าน ลูกก็แค่เอามือแตะแก้มแล้วจำไว้ว่า แม่รักหนูนะ แม่รักหนูนะ แล้วเมื่อนั้นจูบของแม่ก็จะลอยไปแนบชิดแก้ม เพื่อเติมเต็มความอบอุ่นให้ลูกไงจ๊ะ"
คุณแม่แร็คคูนจับมือเชสเตอร์ก่อนจะค่อยๆจับนิ้วเล็กๆนั่นให้กำโอบล้อมจูบนั้นไว้
"จากนี้ไปก็พยายามระวังอย่าทำจูบนี้หล่นหายนะจ๊ะ" เธอพูดล้อลูกชายยิ้มๆ
"แต่่ว่าลูกก็ไม่ต้องกังวลมากไปหรอกจ๊ะ เพราะว่าเมื่อใดก็ตามที่ลูกคลายมือออก ไม่ว่าจะเพื่อล้างอาหารหรือทำอะไรก็ตาม แม่สัญญาจ้ะว่าจูบของแม่นี้จะยังคงอยู่ตลอดไป"
เชสเตอร์รัก Kissing Hand ของเขามาก ตอนนี้เค้ารู้แล้วว่าความรักของคุณแม่แร็คคูนจะตามเขาไปในทุกหนทุกแห่ง ไม่เว้นแม้แต่ที่โรงเรียนก็ตาม
ค่ำคืนนั้น เชสเตอร์ยืนอยู่ที่หน้าโรงเรียนด้วยสีหน้าครุ่นคิด
ทันใดนั้นจู่ๆเขาก็หันหลังวิ่งกลับไปหาคุณแม่แร็คคูนพร้อมทั้งส่งยิ้มกว้าง
"ยื่นมือออกมาหน่อยซิฮะแม่" เชสเตอร์บอกกับคุณแม่แร็คคูน
เชสเตอร์จับมือของคุณแม่แร็คคูนไว้ด้วยมือเล็กๆของเค้า พร้อมทั้งแผ่นิ้วใหญ่ที่ดูคุ้นเคยนั้นให้แบออก จากนั้นเขาจึงโน้มตัวลงไปจูบลงที่กลางฝ่ามือนั้น
"ตอนนี้แม่ก็มี Kissing Hand เหมือนกันแล้วนะฮะ" เชสเตอร์บอกแม่
ก่อนจะกระซิบต่อด้วยเสียงอ่อนโยน "ลาก่อนนะฮะ ผมรักแม่นะครับ"
จากนั้นเชสเตอร์จึงหันหลังกลับแล้วกระโดดเต้นอย่างเริงร่าจากไป
คุณแม่แร็คคูนมองดูลูกชายตัวน้อยกระโดดโลดเต้นข้ามกิ่งไม้ จนกระทั่งร่างนั้นหายลับเข้าไปภายในโรงเรียน
ขณะที่นกเค้าแมวส่งเสียงร้องเพื่อเป็นสัญญาณเริ่มปีการศึกษาใหม่ คุณแม่แร็คคูนสัมผัสมือซ้ายของเธอลงบนแก้มพร้อมกับยิ้ม
ความอบอุ่นจากจูบที่ได้รับจากเชสเตอร์นั้น ได้เติมเต็มหัวใจของเธอไว้ด้วยคำพูดอันแสนพิเศษสุด
"เชสเตอร์รักแม่ครับ"
ราวกับว่าได้ยินเสียงกระซิบจากรอยจูบนั้นแว่วออกมา
"เชสเตอร์รักแม่ครับ"
ps1. เรื่องนี้มันอาจจะไม่ซึ้งเท่าที่ควรเพราะสำนวนการแปลของเรา
ถ้าได้ไปอ่านภาคภาษาอังกฤษแล้วจะรู้สึกได้อรรถรสขึ้นมากกว่านี้เยอะ
ps2. ที่เราประทับใจกับเรื่องนี้คงเพราะตอนนั้นเราก็คงอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นพอดีล่ะซินะ
ตอนแรกที่ตัดสินใจหยิบเล่มนี้ขึ้นมาอ่านก็เพราะเห็นหน้าปกเขียนไว้ว่า New York Times #1 Bestseller นั่นล่ะ ก็เลยอยากจะรู้ว่า ไอหนังสือที่ได้รางวัลนั่นมันจะสนุกขนาดไหนนะ พออ่านจบแล้ว รู้สึกผิดคาดไปกว่าที่คิด คือไม่ได้หมายความในแง่ไม่ดีนะ ที่ผิดคาดก็คือหนังสือภาพหรือหนังสือนิทานสำหรับเด็กในความคิดเรานั้น พวกคำสอนต่างๆที่สอดแทรกลงไปนั้น น่าจะเป็นอะไรที่ง่ายๆตรงตัวเพื่อให้เด็กๆเข้าใจได้เร็ว หรือถ้าจะให้พูดอีกอย่างก็คือ เราคิดว่าบรรยากาศต่างๆในหนังสือสำหรับเด็กมันดูใสบริสุทธิ์เกินกว่าชีวิตจริง (แต่นั่นมันก็คือโลกที่เด็กมองล่ะนะ ผู้ใหญ่อย่างเราที่ลืมความเป็นเด็กไปแล้วเลยไม่ค่อยเข้าใจ
แต่นะ เรื่องนี้มันไม่ใช่อย่างที่เราคิดล่ะ ถึงแม้เนื้อเรื่องมันจะเป็นเรื่องเรียบๆง่ายๆ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กที่ไม่อยากไปโรงเรียน จนแม่ต้องหาวิธีมาปลอบจนมีความกล้าที่จะไปโรงเรียน ใจความหลักๆก็ดูเรียบๆยังงี้แหล่ะ แต่เราชอบวิธีการเขียนดำเนินเรื่องของเรื่องนี้นะ ที่ทำให้เรื่องเรียบๆกลายเป็นเรื่องที่น่าประทับใจได้
ตอนแรกที่เราอ่านแล้วประทับใจเป็นตอนที่แม่แร็คคูนปลอบลูกให้ไปโรงเรียนอะ แม่เค้าพูดว่า ”Sometimes we all have to do things we don’t want to do,” ประโยคนี้ล่ะที่โดนใจเราดังฉึก เพราะถ้าคิดถึงในชีวิตจริง คนเราเมื่อโตขึ้นก็ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตรงกับประโยคนี้นับครั้งไม่ถ้วน เพียงแต่ใครจะเจอมากเจอน้อยก็เท่านั้น
อีกตอนที่ชอบก็เป็นตอนที่เชสเตอร์ได้รับ Kissing Hand จากแม่แล้วไม่กลัวการไปโรงเรียนอีกต่อไป เพราะเค้ารู้แล้วว่า His mother’s love would go with him wherever he went.

และตอนสุดท้ายที่ประทับใจก็เป็นตอนที่เชสเตอร์ก็มอบ Kissing Hand ให้คุณแม่แร็คคูนเหมือนกัน อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นอะ ประมาณว่าไม่ใช่ว่าแม่รักลูกอยู่ฝ่ายเดียวนะ แต่ลูกนั้นแม้จะยังเด็ก แต่ก็รักและห่วงใยแม่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย
“Now you have a Kissing Hand, too,”


The Kissing Hand
ที่ชายป่าแห่งหนึ่ง แร็คคูนน้อยเชสเตอร์กำลังร้องไห้
"ผมไม่อยากไปโรงเรียน" เขาร้องบอกกับแม่
"ผมอยากอยู่บ้านกับแม่ อยากออกไปเล่นกับเพื่อนๆ เล่นของเล่นที่ชอบ อ่านหนังสือเล่มโปรด แล้วก็นั่งแกว่งไกวบนชิงช้า เพราะงั้นได้โปรดให้ผมอยู่บ้านกับแม่เถอะนะฮะ"
คุณแม่แร็คคูนโอบกอดเชสเตอร์พร้อมทั้งจูบเบาๆที่หูของเจ้าตัวน้อย
"บางครั้งคนเราก็ต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ" เธอบอกลูกชายอย่างอ่อนโยน
"ถึงแม้ในช่วงแรกมันจะดูแปลกและน่ากลัวไปบ้าง แต่เมื่อลูกได้เริ่มไปโรงเรียนแล้วลูกจะต้องรักโรงเรียนเแน่นอนจ้ะ"
"ลูกจะได้พบเพื่อนใหม่ ได้เล่นของเล่นชิ้นใหม่"
"ได้อ่านหนังสือเล่มใหม่ นั่งบนชิงช้าตัวใหม่ และนอกจากนั้น....." เธอกล่าวเสริม
"แม่รู้ความลับอันแสนวิเศษที่จะช่วยทำให้ค่ำคืนของลูกที่โรงเรียนอบอุ่นและสุขสบายเหมือนกับว่าลูกกำลังอยู่บ้านเลยล่ะจ้ะ"
เชสเตอร์ปาดน้ำตาทิ้ง เขารู้สึกสนใจในความลับที่แม่กำลังจะบอกกับเค้า
"ความลับเหรอฮะ? ความลับอะไรล่ะฮะ?
"ความลับนี้เก่าแก่มากจ้ะ" คุณแม่แร็คคูนพูด "แม่รู้มาจากแม่ของแม่ และแม่ของแม่ก็รู้มาจากยายของแม่อีกต่อนึง ความลับนี้เรียกว่า The Kissing Hand”
“The Kissing Hand?” เชสเตอร์ถามขึ้น "มันคืออะไรล่ะฮะ"
"แม่จะสอนความลับนี้ให้จ้ะ"
คุณแม่แร็คคูนจับมือซ้ายของเชสเตอร์ขึ้นมา แล้วกางนิ้วเล็กๆทั้ง 5 ให้แบออก
เธอก้มตัวลงไปก่่อนจะจูบลงที่กลางฝ่ามือเล็กๆของเชสเตอร์
เชสเตอร์รับรู้ได้ถึงจูบของแม่ผ่านทางฝ่ามือ เรื่อยไปบนแขน จนแผ่ซ่านเข้าไปสู่หัวใจ
แม้กระทั่งขนเส้นเล็กๆทุกเส้นก็ยังสามารถรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นอันแสนพิเศษเช่นนี้
คุณแม่แร็คคูนยิ้ม "ต่อจากนี้...."
เธอบอกกับเชสเตอร์ "เมื่อไรก็ตามที่ลูกรู้สึกเหงาและต้องการความรักจากที่บ้าน ลูกก็แค่เอามือแตะแก้มแล้วจำไว้ว่า แม่รักหนูนะ แม่รักหนูนะ แล้วเมื่อนั้นจูบของแม่ก็จะลอยไปแนบชิดแก้ม เพื่อเติมเต็มความอบอุ่นให้ลูกไงจ๊ะ"
คุณแม่แร็คคูนจับมือเชสเตอร์ก่อนจะค่อยๆจับนิ้วเล็กๆนั่นให้กำโอบล้อมจูบนั้นไว้
"จากนี้ไปก็พยายามระวังอย่าทำจูบนี้หล่นหายนะจ๊ะ" เธอพูดล้อลูกชายยิ้มๆ
"แต่่ว่าลูกก็ไม่ต้องกังวลมากไปหรอกจ๊ะ เพราะว่าเมื่อใดก็ตามที่ลูกคลายมือออก ไม่ว่าจะเพื่อล้างอาหารหรือทำอะไรก็ตาม แม่สัญญาจ้ะว่าจูบของแม่นี้จะยังคงอยู่ตลอดไป"
เชสเตอร์รัก Kissing Hand ของเขามาก ตอนนี้เค้ารู้แล้วว่าความรักของคุณแม่แร็คคูนจะตามเขาไปในทุกหนทุกแห่ง ไม่เว้นแม้แต่ที่โรงเรียนก็ตาม
ค่ำคืนนั้น เชสเตอร์ยืนอยู่ที่หน้าโรงเรียนด้วยสีหน้าครุ่นคิด
ทันใดนั้นจู่ๆเขาก็หันหลังวิ่งกลับไปหาคุณแม่แร็คคูนพร้อมทั้งส่งยิ้มกว้าง
"ยื่นมือออกมาหน่อยซิฮะแม่" เชสเตอร์บอกกับคุณแม่แร็คคูน
เชสเตอร์จับมือของคุณแม่แร็คคูนไว้ด้วยมือเล็กๆของเค้า พร้อมทั้งแผ่นิ้วใหญ่ที่ดูคุ้นเคยนั้นให้แบออก จากนั้นเขาจึงโน้มตัวลงไปจูบลงที่กลางฝ่ามือนั้น
"ตอนนี้แม่ก็มี Kissing Hand เหมือนกันแล้วนะฮะ" เชสเตอร์บอกแม่
ก่อนจะกระซิบต่อด้วยเสียงอ่อนโยน "ลาก่อนนะฮะ ผมรักแม่นะครับ"
จากนั้นเชสเตอร์จึงหันหลังกลับแล้วกระโดดเต้นอย่างเริงร่าจากไป
คุณแม่แร็คคูนมองดูลูกชายตัวน้อยกระโดดโลดเต้นข้ามกิ่งไม้ จนกระทั่งร่างนั้นหายลับเข้าไปภายในโรงเรียน
ขณะที่นกเค้าแมวส่งเสียงร้องเพื่อเป็นสัญญาณเริ่มปีการศึกษาใหม่ คุณแม่แร็คคูนสัมผัสมือซ้ายของเธอลงบนแก้มพร้อมกับยิ้ม
ความอบอุ่นจากจูบที่ได้รับจากเชสเตอร์นั้น ได้เติมเต็มหัวใจของเธอไว้ด้วยคำพูดอันแสนพิเศษสุด
"เชสเตอร์รักแม่ครับ"
ราวกับว่าได้ยินเสียงกระซิบจากรอยจูบนั้นแว่วออกมา
"เชสเตอร์รักแม่ครับ"
ps1. เรื่องนี้มันอาจจะไม่ซึ้งเท่าที่ควรเพราะสำนวนการแปลของเรา
ถ้าได้ไปอ่านภาคภาษาอังกฤษแล้วจะรู้สึกได้อรรถรสขึ้นมากกว่านี้เยอะps2. ที่เราประทับใจกับเรื่องนี้คงเพราะตอนนั้นเราก็คงอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นพอดีล่ะซินะ